ขอวีซ่าไปออสเตรเลีย
สวัสดีค่ะเพื่อนๆพี่ๆน้องๆทุกคนดิฉันจะเล่าเรื่องเกี่ยวกับการเดินเรื่องขอวีซ่าไปออสเตรเลียและเจอปัญหาอะไรบ้างเมื่อไปถึงแอร์พอร์ตแล้วไปถึงออสเตรเลียจะสวยงามแค่ใหนดิฉันจะเล่าจากประสบการณ์ของดิฉันเองค่ะ
ดิฉันเดินเรื่องขอทำวีซ่าอย่างไร –
ยื่นเอกสารอะไรบ้าง?
แฟนดิฉันการันตีและยื่นเอกสารของเขาให้กับสถานทูต
พร้อมกับยื่นเอกสารของดิฉันด้วยค่ะเอกสารที่ดิฉันยื่นมีดังนี้
-
ใบรับรองงาน
(
ฉบับจริง
)
ไทย
-
อังกฤษ
-
ถ่ายสำเนาบัตรประชาชน
1
ใบ
-
รูปถ่าย
2
นิ้ว
1
ใบ
-
สมุดบัญชีของธนาคาร
ถ่ายเอกสาร
1
ใบ
และยื่นตัวจริงด้วย
-
รูปถ่ายกับแฟน
ยื่นเยอะๆยิ่งดีค่ะ
-
Pass Port
ถ่ายสำเนา
1
ใบ
และ
ยื่นฉบับจริง
-
ถ่ายสำเนาทะเบียนบ้าน
1
ใบ
หน้าที่มีชื่อเรา
ป.ล.
เอกสารการันตีของแฟนจะสำคัญมาก
ดิฉันได้ยื่นเรื่องขอ
วีซ่าครั้งแรก
และ
ได้รับวีซ่า
3
เดือน
และ
ครั้งที่
2
ยื่นเรื่องขอวีซ่าและได้รับวีซ่า
1
ปี
ทำไมครั้งที่
2
ดิฉัน
ได้รับวีซ่า
1
ปีเพราะว่าแฟนดิฉันยื่นเขียนเอกสารการันตีว่าดูแลส่งเสียดิฉันและไม่ได้ทำงานและดิฉันยื่นขอทำวีซ่าครั้งที่
2
โดยจะไม่ยื่นเอกสารการทำงานจะไม่เหมือนครั้งแรก
การเดินทางครั้งแรก และ ครั้งที่ 2
สิ่งที่ดิฉันได้พบเห็นและปัญหากับการเดินทางครั้งแรก(ดิฉันเดินทางคนเดียวและเป็นครั้งแรกที่ไปต่างประเทศ)
ป
.
ล
.
ก่อนการเดินทางจะต้องตรวจสอบสิ่งที่ต้องห้ามนำเข้าประเทศออสเตรเลีย
เช่น
ยาทุกชนิด
,
อาหาร
,
พืช
,
สัตว์
,
ขนสัตว์
เพราะจะสำคัญมากๆๆ
ที่ดิฉันนำไปก็จะมีแต่เสื้อผ้าและของใช้ส่วนตัวเท่านั้น
สิ่งแรกที่จะต้องทำและสำคัญมากๆคือกรอกข้อมูลลงในใบก่อนเข้าประเทศ
จะมีพนักงานนำมาแจกก่อนเครื่องจะถึงที่โน่นจะต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ
ถ้าอ่านไม่เข้าใจคำถามให้สอบถามพนักงานบนเครื่องได้
สิ่งที่จะต้องจดขึ้นไปบนเครื่องด้วย
1.
ที่อยู่ของแฟน
2.
เบอร์โทรของแฟน
เพราะจะต้องกรอกลงในใบด้วย
ป
.
ล
.
เราจะต้องกรอกให้หมดทุกคำถามถ้าไม่ยังงั้นเราจะมีปัญหาตอนไปถึงสนามบิน
ดิฉันจะถือเอกสารจากแฟนที่ให้ไว้เกี่ยวกับดูแล
-
เงิน
-
ที่อยู่อาศัย
และแฟนดิฉัน
ให้
ถือ
เงิน
ไป
50
ดอลร์ล่าเพราะเขาจะถามมีเงินของเขามาใหม
เมื่อดิฉันไปถึงสนามบินก็ไปปั้ม
Pass
Port
ตรวจคนเข้าเมือง
คำถามที่เขาถามคือ
(
มาทำอะไร
,
มาอาศัยพักอยู่ที่ใหน
,
นี่พึ่งมาครั้งแรกเหรอ
,
พักอาศัยอยู่นานเท่าไร
,
ทำงานอะไร
)
พอจะเดินไปรับกระเป๋าก็จะมีเจ้าหน้าที่ที่ยืนอยู่แถวนั้นมองดิฉันและก็เข้ามาสอบถามและขอดูใบที่ดิฉันกรอกตอนอยู่บนเครื่องและถามดิฉันว่าที่กรอกลงในใบนี้ทุกคำถามเข้าใจใหม
,
คุณมาจากที่ใหน
,
นี่มาครั้งแรกของคุณใช่ใหม
,
คุณทำงานอะไร
-
ที่ใหน
-
เกี่ยวกับอะไร
,
มาทำอะไร
,
รู้จักใครที่นี้ใหม
,
จะไปพักที่ใหน
,
พักที่นี้นานเท่าไร
,
จะมีคนมารับคุณ
ที่สนามบินใช่ใหมพอดิฉันตอบว่ามาเยี่ยมครอบครัวของแฟนเขาก็จะถามว่ารู้จักกับแฟนนานเท่าไรแล้ว
,
แฟนชื่ออะไร
,
อายุเท่าไร
,
ทำงานเกี่ยวกับอะไร
,
เจอกันที่ใหน
,
แฟนออกค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมดใช่ใหม
,
เขาก็จะถามกลับไปกลับมาจนเรางงเขาจะจับดูว่าเราตอบคำถามโกหกรึเปล่าแล้วเขาก็คืนใบที่เรากรอกตอนอยู่บนเครึ่องและปล่อยเราไปรับกระเป๋า
ปัญหา
ถ้าเราฟังและพูดภาษาอังกฤษไม่ใด้ก็จะคุยและตอบคำถามกับเขาไม่รู้เรื่องก็จะมีปัญหาตรงนี้แต่ถ้าเดินทางกับแฟนก็ดี
รับกระเป๋าเสร็จแล้ว
ก็จะไปต่อคิวตรวจกระเป๋าก่อนจะออกไปนอกสนามบินใด้และ
จะต้องเตรียมถือใบที่เรากรอก ตอนอยู่บนเครื่องไว้
เขาจะตรวจตอนเช็คกระเป๋า
พอถึงคิวดิฉันตรวจก็จะใด้ไปอีกห้องหนึ่งก็พบพนักงานที่เรียกดิฉันก่อนไปรับกระเป๋าโดยไม่มีคนอื่นเลยดิฉันก็ตกใจเหมือนกันเขาก็จะขอใบที่กรอกตอนอยู่บนเครื่อง
และตั๋วเครื่องบินทั้งไปและกลับ
พร้อมเปิด
กระเป๋าดิฉัน
และถามว่ากรอกข้อมูลลงในใบนี้เองใช่ใหม
,
เข้าใจสิ่งที่ตอบลงไปใบนี้ใหม
,
เข้าใจสิ่งที่ต้องห้ามนำเข้ามาในประเทศใช่ใหม
,
และเขาก็พูดขึ้นว่าคุณแน่ใจนะไม่มีของที่ต้องห้ามในกระเป๋าคุณ
ดิฉันก็ตอบ
Yes
Sure
เขาก็หยิบของในกระเป๋าออกมาหมดเลย
และก็ยกกระเป๋าไปเอกซเรย์หลังจากนั้นก็ถามจากนั้นก็เรึ่มเปิดกระเป๋าทั้งใบเล็กใบใหญ่คือตรวจหมดทุกอย่างเลยแม้กระเป๋าเล็กๆใส่กะตังค์ก็ตรวจ
หลังจากนั้นก็ถามเดิมๆเหมือนตอนก่อนที่ดิฉันจะไปรับกระเป๋าเขาก็ถามกลับไปกลับมาให้เรางงเพื่อจะจับผิดว่าโกหกไหม
อ้อ!ลืมบอกเขาจะถามหลายครั้งมาก
ว่าดิฉันจะมาทำงานในบ้านเขารึเปล่า
ดิฉันบอกว่า
ไม่ใด้มาทำงาน
เขากลัวดิฉันจะเข้ามาทำงานมากๆเลย
ก็จะมีพนักงานมาตรวจดิฉัน
2
คนหลังจากนั้นก็ผ่านไปได้ด้วยดีเพราะในกระเป๋ามีแต่เสื้อผ้าและ
ของใช้ส่วนตัว
คิดอย่างไรเกี่ยวกับออสเตรเลีย และ
สถานที่ใด้ไปท่องเที่ยว
เมื่อดิฉันเดินออกจากสนามบินก็ได้เห็นเมือง
Perth
ที่สะอาดหูสะอาดตามากเขาขับรถกันเป็นระเบียบกฎระเบียบเขาจะเคร่งครัดแตกต่างจากบ้านเราจะไม่วุ่นวายแต่
ค่าTaxiแพงนะ แต่ เมือง Perth
เป็นเมืองที่สงบเรียบร้อยมากในตัวเมืองก็ไม่ค่อยมีตึกจะแตกต่างจากในตัวเมือง
Melbourne and Sydney ซึ่งเพื่อนๆน่าจะเคยใด้ยิน 2
เมืองนี้ที่มีคนไทยนิยมไปศึกษากัน
ดิฉันชื่นชอบเมืองเขามากค่ะสิ่งแวดล้อมก็น่าอยู่ผ่านไปแต่ล่ะเมืองจะเห็นเลยว่าต้นไม้จะมีอยู่ข้างทางตลอดแล้วมองเห็นฟาร์มเลี้ยงแกะ-แพะ-ม้า-วัว-จิงโจ้
บางที่ก็เห็นเขาปลูกไร่องุ่นเพื่อนำมาทำไวน์ และ
สวนส้ม,แอปเปิลฯลฯและวัฒนธรรมของเขาก็แตกต่างจากบ้านเราอย่างที่เพื่อนๆน่าจะทราบกันดีเขาจะอยู่กันคนล่ะครอบครัวพ่อแม่พี่น้องลูกหลานโตขึ้นก็จะไม่มาอยู่กันในบ้านเดียวจะแตกต่างกับบ้านเราแถมลูกๆไม่ต้องมาดูแลส่งเงินทองให้ด้วยส่วนเรื่องเพื่อนบ้านดิฉันไปอยู่เดือนหนึ่งเห็นเพื่อนบ้านออกมาตัดหญ้าและ
say hello
แค่ครั้งเดียวหลังจากนั้นก็ไม้เห็นอีกเลยแต่ทุกที่คงไม่เหมือนกันเพราะบ้านแฟนดิฉันมีรั้วกั้นระหว่างบ้านดิฉันใด้ออกไปเที่ยวผับ,บาร์
เวลารับเงินถอนจะไม่เห็นเขาให้ทิปเหมือนบ้านเราเลยในร้านอาหารเหมือนกันแต่ส่วนมากจะเห็นแต่วัยรุ่นมาเที่ยวผับกันซะส่วนใหญ่ส่วนในบาร์ส่วนมากมีผู้ชายเยอะกว่าหญิง
ครั้งล่าสุดในช่วง March – May
08ดิฉันก็ใด้ไปเที่ยวหลายเมืองเหมือนกันจะเล่าสู้เพื่อนๆฟังเล่นๆเผื่อจะไปกันมั้ง
ดิฉันนั่งเครื่องจาก Perth ไป Molbourne ประมาณ 4 ชม.และไปพัก 4
คืน
เป็นเมืองที่น่าเที่ยวเหมือนกันนะรางรถไฟเขาแปลกดีอยู่บนถนนเลยฮ่ะหลังจากนั้นดิฉันและแฟนใด้เช่ารถจากMolbourne
ไป Sydney ในระหว่างทางก่อนไปถึง Sydney
นั้นพวกเราก็ใด้แวะหลายๆที่ที่แรกคือ Dinner Plain พัก 1 คืน
ที่นี้ถ้าเป็นช่วงน่าหนาวหิมะจะสวยงามมากนักท่องเที่ยวชอบมาเล่นสกีกันโรงแรมที่นี้แปลกดีนะเป็นบ้านไม้รูปบ้านเขาสวยงามมากบ้านหลังหนึ่งมีหลายห้องและมีห้องครัวรวมมีอาหารเช้าให้
ค่าโรงแรม 120เหรียญก็โอเคนะ
แต่ตอนดิฉันไปยังไม่เข้าหน้าหนาวยังเป็นหน้า Low Season
เลยดูเงียบๆหลังจากนั้นก็ออกเดินทางต่อไปเมืองThredbo
ในระหว่างเดินทางพวกเราก็ใด้แวะเมือง Hotham
นักท่องเที่ยวนิยมมาเล่นสกีในหน้าหนาวเหมือนกันสักคูร่ก็ออกเดินทางต่อระหว่างทางก่อนถึง
Thredbo
เส้นทางระหว่างวิ่งอยู่บนเขาตลอดคดเหมือนงูเลยแหล่ะก็กลัวๆเหมือนกันแต่มองเห็นภูเขาสวยงามมากๆในระหว่างนั้นดิฉันหันมองไปเห็นสิ่งที่อยู่บนพื้นถนนซึ่งเป็นสีขาวนั้นก็คือหิมะทำให้ดิฉันดีใจมากโชคดีมากที่ใด้เห็นเพราะแฟนดิฉันบอกช่วงนี้อาจจะยังไม่มีแต่ช่วงพวกเราไปมันก็เรึ่มเข้าน่าหนาวแต่ก็เรึ่มมีปะปรายแล้วแหล่ะมันเป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากเพราะนี้เป็นครั้งแรกที่เห็นหิมะและดิฉันก็ใดชิมรสชาติของมันและโยนเล่นอย่างสนุกสนานพวกเราใด้พักอยู่Thredbo
2
วันและพวกเราใด้นั่งกระเช้าขึ้นไปบนภูเขาหลังจากนั้นลงกระเช้าและเดินทางเท้าอยู่บนเขาพวกเราจะเดินไปเขาลูกที่สูงที่สุดในประเทศออสเตรเลียแต่ที่น่าเสียดายดิฉันหนาวมากๆเลยเดินไปไม่ถึงจุดมุ่งหมายเพราะบนเขาเต็มไปด้วยหิมะและฝนก็ทำท่าจะมาพวกเราก็เลยเดินกลับลงเขา
ที่นี้เป็นที่ประทับใจของดิฉันมากชื่นชอบมากกว่าเมืองอื่นๆและสวยงามมากคราวหน้าดิฉันคงต้องไปหน้าหนาวแล้วแหล่ะจะใด้เห็นหิมะทั่วภูเขาเลยและใด้เล่นสกีด้วยวันรู่งขึ้นพวกเราใด้ออกเดินทางต่อไปเมือง
Jindabyne พักอยู่ 1
คืนเมืองนี้เป็นเมืองมีหิมะเหมือนกันแต่อากาศยังอุ่นๆอยู่และยังไม่มีหิมะแต่ชอบต้นไม้มากมีหลากหลายสีไม่พบคนไทยเลยที่Thredbก็เหมือนกันแล้วเวลาดิฉันเดินไปใหนมาใหนก็มีแต่คนมองตลอดหลังจากนั้นก็ใด้ออกเดินทางไปเมือง
Blue Mountains
พัก2คืนจะบอกว่าลูกเขาสีเขียวสวยงามมากๆยิ่งเวลามีหมอกยิ่งสวยแต่เมืองนี้จะมีรถทัวร์มาลงกันเยอะและพวกเราใด้เดินป่าบนเขาที่เต็มไปด้วยต้นไม้อุดมสมบูรณ์และในระหว่างเดินดิฉันมองไปเห็นตัวปลงมาเกาะบนรองเท้าผ้าใบเต็มเลยมันเป็นตัวเล็กๆแกะออกยากมากๆทำให้กลัวมากๆเกือบดิฉันร้องไห้แน่ะและพวกเราก็ใด้ขับรถเดินทางต่อไปเมืองSydney
พักอยู่5คืนในตัวเมืองเหมือนอยู่
กรุงเทพฯเลยคนเยอะรถก็เยอะคนไทยก็เต็มไปหมดร้านอาหารไทยเยอะดีนะพวกเราใด้นั่งรถไฟไปทะเลแต่ช่วงที่ไปอากาศไม่ค่อยดีมีฝนตกบางวันก็ร้อนบางวันก็หนาวและก็ขับรถชมเมืองสะพานและโอเปราสวยงามมากๆ
หลังจากนั้นนำรถไปคืนและนั่งเครื่องกลับ Perth
พอหยุดพักไม่กี่วันก็เดินทางไปต่อเมือง Pemberton และ Margaret
River เป็นเมืองผลิตไวน์ขึ้นชื่อและมีฟาร์มเยอะด้วยก่อนกลับ Perth
ดิฉันก็ใด้ออกตะเวนไปไร่ไวน์ประมาณ 6-7 ไร่
เพื่อจะชื้้อกลับและใด้ชิมรสชาติไวน์ของแท้ดีเยี่ียมจริงๆวันนั้นชิมทั้งวันเกือบเมาฮิๆๆและไปแว่ะสวนทำชีสและแหล่งผลิตช็อกโกเเลตวันนั้นชิมแต่ของฟรีทั้งวันเลยฮาๆๆ...
เพื่อนๆฟังเรื่องที่ดิฉันเล่ามาอย่างนี้ถ้าใด้วีซ่าแล้วก็ลองไปเยี่ยมชมดูนะค่ะแต่ดิฉันมีอีกหลายสถานที่ที่ดิฉันไปท่องเที่ยวมาแต่ไม่ใด้เขียนเล่าลงขนาดไม่ใด้เขียนลงยังเยอะขนาดนี้เลย!!!
ดิฉันชอบออสเตรเลียมากๆๆเลยค่ะเพราะมีสถานที่ที่น่าเที่ยวอีกเยอะเลย
ขอให้ทุกคนโชคดีนะค่ะ
Bye…
|